Top » ในการไปศึกษาต่อต่างประเทศ
ในการไปศึกษาต่อต่างประเทศ
การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย
หากคุณคิดที่จะไปเรียนต่อที่อเมริกา การเลือกเก็บข้อมูลที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
ในการเลือกเก็บข้อมูลนั้น ควรเริ่มจากการกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ แล้วเริ่มหาข้อมูลมหาลัยจากเงื่อนไขนั้น ๆ
ก่อนอื่น ให้ลองเลือกมหาวิทยาลัยที่น่าสนใจสักสองสามแห่งจากค้นหาจากแผนที่และค้นหาจากเงื่อนไขต่าง ๆ
สามารถตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ได้จากเว็บเพจ "วิธีการดูข้อมูลมหาวิทยาลัย"
เมื่อลองค้นหาดู จะพบว่าแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นมีความแตกต่างกันมากน้อยเท่าไร จากนั้้น ก็ควรลองหาข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการดูเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนั้นหรือจะติดต่อสอบถามมาทางเราก็ได้
การเลือกมหาวิทยาลัย
ในการเลือกมหาวิทยาลัยนั้น มีองค์ประกอบสำคัญ ๆ ที่ต้องคำนึงถึงอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคณะที่อยากเรียน ระดับความสามารถของตัวเอง ค่าใช้จ่าย ฯลฯ โดยเฉพาะสำหรับคนไทยแล้ว ต้องคำนึงถึงจุดต่าง ๆ เหล่านี้ให้ดี
มหาลัยประจำรัฐหรือมหาลัยเอกชน?
ที่ประเทศอเมริกา เป็นที่รู้กันดีว่า ยิ่งค่าเล่าเรียนแพง คุณภาพของการศึกษาย่อมดีกว่า มหาวิทยาลัยดี ๆ ส่วนใหญ่จึงเป็นมหาลัยเอกชน ทำให้มหาวิทยาลัยเอกชนหลาย ๆ แห่งที่มีชื่อเสียงเก็บค่าเล่าเรียนแพงมาก แต่ก็มีระบบรองรับให้คำปรึกษานักเรียนอย่างทั่วถึง ซึ่งต่้างกับมหาวิทยาลัยประจำรัฐ ซึ่งถึงแม้ค่าเล่าเรียนจะถูกกว่า แต่ขนาดของมหาลัยใหญ่โต ไม่สามารถรองรับให้คำปรึกษานักเรียนแต่ละคนได้อย่างทั่วถึงนัก นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยมักจะให้สิทธิพิเศษแก่เด็กที่มาจากภายในรัฐนั้น ทั้งด้านโอกาสการเข้าเรียนและค่าเล่าเรียน
มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีขนาดเล็กนั้นส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัย Liberal Arts ซึ่งเน้นการเรียนการสอนแบบนักเรียนจำนวนน้อย ให้ความสนใจดูแลนักเรียนอย่างถี่ถ้วน เหมาะสำหรับนักเรียนต่างชาติอย่างดี
ขนาดของมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยในอเมริกามีตั้งแต่ขนาดเล็ก จำนวนนักเรียนไม่ถึงหนึ่งพันคน จนถึงขนาดใหญ่โต จำนวนนักเรียนมากกว่าสามหมื่นคน
โดยทั่วไปแล้ว คนอเมริกามีค่านิยมว่าควรจะเลือกเรียนระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก และระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่
มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการค้นคว้าวิจัย ทำให้ดูแลนักเรียนระดับปริญญาตรีได้ไม่ทั่วถึงนัก เช่นให้ TA (Teaching Assistant) สอนแทนอาจารย์ ฯลฯ หากมีสมาคมกีฬาหรือคณะที่อยากเข้าโดยเฉพาะ หรือหากคุณให้ความสำคัญกับความเพรียบพร้อมทางด้านตึกและอุปกรณ์การเรียน ก็น่าสนใจลองคิดตรองดู
ภูมิศาสตร์
โดยทั่วไปแล้ว ระดับการศึกษาในประเทศอเมริกาฝั่งตะวันออกถึงตะวันออกเฉียงเหนือมีคุณภาพสูง โดยเฉพาะแถบนิวอิงแลนด์ (รัฐเมน, นิวแฮมป์เชียร์, เวอร์มอนต์, แมสซาชูเซตส์, โรดไอแลนด์, คอนเนตติคัต) มีมหาลัยชื่อดังเก่าแก่อยู่มาก หากไม่สนใจเรื่องลักษณะทางภูมิศาสตร์ของมหาลัยแล้ว ก็ควรเริ่มดูมหาลัยในโซน New England ก่อน
ส่วนในทางตอนใต้และทางตะวันตก มีมหาลัยประจำรัฐและ Community College เกิดใหม่ขึ้นมาก ในบริเวณนี้ มีชนกลุ่่มน้อย(ทีี่ไม่ใช่คนผิวขาว)อาศัยอยู่มาก โดยเฉพาะผู้อพยพกลุ่มฮิสแพนิค (มาจากแมกซิโกและอเมริกาใต้) และกลุ่่มเอเชีย
ระดับความยากในการเข้า
เราสามารถวัดระดับความยากง่ายในการเข้ามหาวิทยาลัยในอเมริกาได้จาก
- คะแนน SAT*(ACT)เฉลี่ยของผู้เข้าเรียน
- ดัชนีความยากในการเข้าเรียนวัดโดย Barron's และ Peterson's(※)
- ค่าเฉลี่ย GPA สมัยมัธยมปลายของผู้เข้าเรียน
- คะแนน TOEFL® ขั้นต่ำ
- เปอร์เซนต์การได้รับเข้าเรียน
หากมหาวิทยาลัยที่อยากเข้านั้นยากเกินไป ก็ไม่ควรจะล้มเลิกความพยายาม ลองติดต่อปรึกษากับทางSakae Instituteก่อนนะครับ
ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายในการไปศึกษาต่อที่อเมริกาโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ $30,000 - $40,000 ต่อปี มีรายละเอียดดังนี้
ค่าเล่าเรียน
มหาวิทยาลัยเอกชน โดยเฉลี่ย $15,000 - $32,000 มหาวิทยาลัยประจำรัฐ $10,000 - $26,000
ค่าหอและค่าอาหารตกประมาณ $5,000 - $10,000
นอกจากนี้ยังมีค่าหนัีงสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ รวมแ้ล้วอีกประมาณ $10,000
เป็นเรื่องปกติที่คุณอยากจะลดค่าใช้จ่าย แต่ที่สำคัญคือ คุณห้ามเลือกมหาวิทยาลัยเพียงเพราะว่า "ค่าเล่าเรียนถูก" โดยเด็ดขาด บางสถาบันที่มีค่าเล่าเรียนถูก คุณภาพการศึกษาก็ต่ำตามไปด้วย หรือบางที่ ค่าเล่าเรียนถูกแต่ีไ่ม่มีหอให้ ต้องเสียค่าเช่าอพาร์ทเมนท์และค่าเดินทางต่างหาก รวม ๆ แล้วกลับกลายเป็นว่าแพงกว่าที่วางแผนไว้ ไหน ๆ จะต้องเสียแรง เวลาและเงินในการไปเรียนต่อแล้วทั้งที่ สมควรที่จะเลือกมหาวิทยาลัยที่เหมาะสมกับระดับความสามารถของตัวเอง เน้นสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมจะดีกว่า
มหาวิทยาลัยแนะนำ
สุดท้าย ทีมงาน Sakae Guide ได้คัดเลือกมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพการศึกษาี่ดี มีทุนการศึกษาเพรียบพร้อม รวบรวมไว้ในเว็บเพจ"มหาวิทยาลัยแนะนำ"อีกด้วย
� มหาวิทยาลัยแนะนำ คลิ๊กที่นี่
SAT is a registered trademark of the College Board, which was not involved in the production of, and does not endorse, this product.
